มาตรฐาน JIS คืออะไร? มีวิธีการเลือกเหล็ก ให้เหมาะสมกับโครงการอย่างไร

เมื่อเอกสารเสนอราคาหรือ Drawing ระบุคำว่า “JIS” หลายคนอาจเข้าใจทันทีว่าวัสดุนั้นเป็นไปตามมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว แต่ในงานจัดซื้อและงานวิศวกรรม คำว่า “JIS” เพียงคำเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับการอนุมัติวัสดุ เพราะต้องตรวจสอบต่อว่าอ้างถึงมาตรฐานฉบับใด เกรดหรือชนิดวัสดุอะไร ใช้กับคุณสมบัติส่วนใด และมีเอกสารใดรองรับวัสดุล็อตที่จัดส่งจริง 

JIS ย่อมาจาก Japanese Industrial Standards เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ วิธีทดสอบ ข้อมูลทางเทคนิค และสาขาอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยมีรหัสมาตรฐานเฉพาะสำหรับแต่ละเรื่อง ดังนั้น “JIS” จึงไม่ใช่ชื่อเกรดเหล็กเพียงเกรดเดียว และไม่ควรใช้แทนรหัสมาตรฐานฉบับเต็ม 

JIS คือ “มาตรฐาน” ไม่ใช่คำรับรองกว้าง ๆ 

JIS เป็นมาตรฐานที่จัดทำขึ้นภายใต้ระบบมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น โดย JIS แต่ละฉบับมีขอบเขตและข้อกำหนดเฉพาะของตนเอง ปัจจุบัน JIS ครอบคลุมหลายสาขา รวมถึงกลุ่มวัสดุโลหะและโลหะเหล็กด้วย โดยกลุ่ม G คือ Ferrous Materials and Metallurgy

ที่สำคัญควรแยก “JIS” ออกจาก “JIS Mark” ให้ชัดเจน เพราะการระบุว่าวัสดุเป็นไปตาม JIS ไม่ได้หมายความว่าได้รับการรับรองและสามารถแสดง JIS Mark ได้โดยอัตโนมัติ JIS Mark เป็นระบบการรับรองความสอดคล้องที่ดำเนินการโดยหน่วยรับรองที่ขึ้นทะเบียนตามระบบของญี่ปุ่น

ดังนั้น สำหรับผู้ซื้อหรือฝ่ายจัดซื้อ สิ่งที่ควรตรวจสอบคือ รหัส JIS ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุจริง เกรดหรือชนิดวัสดุ ฉบับที่โครงการกำหนด ขอบเขตของมาตรฐาน และเอกสารที่ใช้ยืนยันความสอดคล้องของวัสดุ

5 จุดที่ฝ่ายจัดซื้อควรตรวจ

1. รหัสมาตรฐานฉบับเต็ม

ขอให้ผู้ขายระบุรหัส JIS อย่างชัดเจน ไม่ใช้คำว่า “ตามมาตรฐานญี่ปุ่น” แบบกว้าง ๆ เพราะ JIS แต่ละรหัสมีขอบเขตแตกต่างกัน

2. เกรดและชนิดวัสดุ

เกรดเป็นส่วนสำคัญของข้อกำหนดวัสดุ ต้องตรวจให้ตรงกับ Drawing, BOQ, Material Specification หรือเอกสารอนุมัติวัสดุของโครงการ และไม่ควรใช้เกรดที่ใกล้เคียงแทนกันโดยไม่มีการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ

3. ฉบับที่โครงการกำหนดและสถานะของมาตรฐาน

มาตรฐานอาจมีการจัดทำใหม่ แก้ไข หรือยกเลิก ดังนั้นควรตรวจทั้งฉบับที่โครงการหรือสัญญากำหนด และสถานะปัจจุบันของมาตรฐานนั้น ไม่ควรเลือกใช้เพียงเพราะเป็นฉบับที่ใหม่กว่าโดยไม่ได้ตรวจข้อกำหนดของโครงการ

4. เอกสารรับรองและผลทดสอบวัสดุ

Mill Certificate หรือ Material Test Certificate ควรสามารถเชื่อมโยงกลับไปยังล็อตวัสดุที่จัดส่งจริง และควรมีข้อมูลที่โครงการกำหนด เช่น องค์ประกอบทางเคมี สมบัติเชิงกล หรือผลการทดสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

5. ขอบเขตของการกล่าวอ้าง

วัสดุต้นทางที่เป็นไปตาม JIS ไม่ได้หมายความว่าชิ้นงานที่ผ่านการตัด เชื่อม ดัด พับ เคลือบผิว หรือแปรรูปเพิ่มเติมแล้วจะเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการทุกด้านโดยอัตโนมัติ

จึงควรตรวจข้อกำหนดของทั้งวัสดุ กระบวนการผลิต/แปรรูป และชิ้นงานสำเร็จรูปแยกจากกัน

JIS, ISO และมาตรฐานโครงการต่างกันอย่างไร? 

JIS เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ส่วน ISO เป็นมาตรฐานสากลที่จัดทำโดย International Organization for Standardization

JIS บางฉบับมีมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกัน แต่ระดับความสอดคล้องอาจแตกต่างกัน โดย JISC แบ่งความสัมพันธ์กับมาตรฐานสากลออกเป็นมาตรฐานที่เหมือนกัน (IDT), มาตรฐานที่มีการปรับแก้ (MOD) และมาตรฐานที่ไม่เทียบเท่า (NEQ)

ดังนั้น การเห็นชื่อหรือหมายเลขมาตรฐานที่คล้ายกันไม่ควรนำไปสรุปทันทีว่าสามารถใช้แทนกันได้ ต้องตรวจเอกสารอ้างอิงและข้อกำหนดของโครงการทุกครั้ง

สำหรับโครงการในประเทศไทย ควรตรวจสอบ BOQ, Drawing, Material Specification, ข้อกำหนดของเจ้าของงาน รวมถึงกฎหมายและมาตรฐานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องร่วมกัน เพราะ JIS เป็นเพียงหนึ่งส่วนของข้อกำหนดทั้งหมดของโครงการ

เช็กลิสต์ก่อนออก PO

  • ระบุรหัส JIS และฉบับที่โครงการกำหนดให้ครบถ้วน
  • ระบุเกรด ชนิด ขนาด และความหนาให้ตรงกับ Drawing และ Specification
  • ตรวจสอบสถานะของมาตรฐานว่าเป็นฉบับที่ใช้งานอยู่หรือมีการแก้ไข/ยกเลิก
  • ขอ Mill Certificate หรือเอกสารผลทดสอบที่สามารถเชื่อมโยงกับล็อตวัสดุจริง
  • ตรวจว่าขอบเขตของมาตรฐานครอบคลุมวัสดุหรือกระบวนการใด
  • ตรวจข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับการตัด เชื่อม ดัด พับ เคลือบผิว หรือการแปรรูป
  • บันทึกข้อยกเว้นหรือการใช้วัสดุเทียบเท่าเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ให้ทีมวิศวกรรมหรือผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการตรวจสอบข้อกำหนดสำคัญก่อนออก PO

สรุป

การเลือกเหล็กตามมาตรฐาน JIS ไม่ควรหยุดอยู่ที่คำว่า “JIS” บนเอกสารขาย จุดสำคัญคือการตรวจสอบ รหัสมาตรฐาน เกรดหรือชนิดวัสดุ ฉบับที่โครงการกำหนด สถานะของมาตรฐาน เอกสารของล็อตวัสดุ และขอบเขตของข้อกำหนดที่สามารถอ้างได้จริง

อีกประเด็นที่ควรจำคือ JIS กับ JIS Mark ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การอ้างอิงมาตรฐาน JIS จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับรอง JIS Mark โดยอัตโนมัติ

หากมี Drawing, BOQ หรือ Material Specification ของโครงการ ควรนำเอกสารเหล่านี้มาใช้ตรวจสอบร่วมกันก่อนอนุมัติวัสดุ เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่จัดซื้อไม่ได้เพียง “มีคำว่า JIS” แต่ตรงกับข้อกำหนดที่โครงการต้องการจริง

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *